
วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2551
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2551
อยากบอก..ว่ามันตรงกับนิสัยชั้นสุดสุด

ลักษณะนิสัยของชาวราศีธนู
มองโลกในแง่ดีและรักอิสระ
สนุกสนานและอารมณ์ดี
ซื่อสัตย์และจริงใจ
ฉลาดและมีเหตุผล
ประมาทและสัพเพร่า
ไม่รับผิดชอบและไม่รอบคอบ
โผงผางและไม่อยู่นิ่ง
ความสนใจ การทำงานเกี่ยวกับสัตว์, กีฬา, สิ่งพิมพ์, การท่องเที่ยว, ภาษาต่างประเทศ, การพยาบาล, ศาสนา
สิ่งที่ไม่ชอบ ถูกขัดใจ
อาชีพที่เหมาะสม นักวิทยาศาสตร์, นักเขียน, นักสังคมวิทยาา, เจ้าหน้าที่มูลนิธิ, นักดาราศาสตร์, นักบินอวกาศ, นักโบราณคดี, เจ้าหน้าที่โรงงาน, นักรังสีวิทยา, นักประดิษฐ์, ทหาร
ปิ๊งชาวราศีธนู ชาวราศีธนูเป็นคนเจ้าเสน่ห์ ร่าเริง รักสนุก และยังชอบปล่อยมุขให้คุณขำได้เรื่อยๆ เนื่องจากสัญญลักษณ์ของราศีนี้คือ "คนยิงธนู" เขา/เธอ จึงเป็นคนที่กระตือรือร้น รักอิสระ และมีไอเดียใหม่ๆ ในหัวตลอดเวลา ชาวราศีธนูชอบการผจญภัย ความตื่นเต้น ความรักของเขาจึงเป็นแบบหวือหวา ต้องมีอะไรทำให้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ชีวิตจะได้ไม่จืดชืด เพราะว่าเขาถือคติว่า "ความรักคือการท้าทาย" ถ้าคิดจะนัดเดทกับชาวราศีธนูนั้นไม่ยากเลยคุณไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้เขาสนุก แต่เขาจะรู้สึกสนุกไปกับสิ่งที่เขาทำอยู่แล้ว หายหว่งได้เลยจ้ะ อย่าแปลกใจไปเลยถ้าคนราศีนี้จะสนใจในทุกๆเรื่อง และหยิบยกเรื่องเหล่านั้นมาคุยกับคุณ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเรื่องคุย หรือเขาจะเบื่อซะก่อน เพราะเขาเป็นนักพูดและนักฟังที่ดีคนหนึ่ง คุณจะสนุกไปกับสิ่งที่เขาพูด ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะตรงไปบ้าง ไปสะกิดโดนแผลใจของคุณบ้าง คุณก็อย่าคิดมากละกัน เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเจ็บหรอกนะ ชาวราศีธนูคิดว่า "ถ้าคิดจะรักกัน ต้องซื่อสัตย์กับคนที่เรารัก" ถ้าคุณเป็นประเภทขี้หึงสุดๆ หรือชอบคนที่รักสันโดษละก็ คุณน่าจะลองมองคนอื่นดูนะ อย่าพยายามเปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่คุณอยากให้เป็นเด็ดขาด โอกาสแห้วสูงมาก แต่ถ้าเขาได้พบกับคนที่คิดว่าใช่แล้วละก็ เขาจะทุ่มเทให้ทุกอย่าง (ตัณหาที่ถูกซ่อนอยู่ในใจลึกๆ ก็อาจจะถูกเผยออกมาด้วย) รับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะมีแต่ความสุขอย่างแน่นอน
มองโลกในแง่ดีและรักอิสระ
สนุกสนานและอารมณ์ดี
ซื่อสัตย์และจริงใจ
ฉลาดและมีเหตุผล
ประมาทและสัพเพร่า
ไม่รับผิดชอบและไม่รอบคอบ
โผงผางและไม่อยู่นิ่ง
ความสนใจ การทำงานเกี่ยวกับสัตว์, กีฬา, สิ่งพิมพ์, การท่องเที่ยว, ภาษาต่างประเทศ, การพยาบาล, ศาสนา
สิ่งที่ไม่ชอบ ถูกขัดใจ
อาชีพที่เหมาะสม นักวิทยาศาสตร์, นักเขียน, นักสังคมวิทยาา, เจ้าหน้าที่มูลนิธิ, นักดาราศาสตร์, นักบินอวกาศ, นักโบราณคดี, เจ้าหน้าที่โรงงาน, นักรังสีวิทยา, นักประดิษฐ์, ทหาร
ปิ๊งชาวราศีธนู ชาวราศีธนูเป็นคนเจ้าเสน่ห์ ร่าเริง รักสนุก และยังชอบปล่อยมุขให้คุณขำได้เรื่อยๆ เนื่องจากสัญญลักษณ์ของราศีนี้คือ "คนยิงธนู" เขา/เธอ จึงเป็นคนที่กระตือรือร้น รักอิสระ และมีไอเดียใหม่ๆ ในหัวตลอดเวลา ชาวราศีธนูชอบการผจญภัย ความตื่นเต้น ความรักของเขาจึงเป็นแบบหวือหวา ต้องมีอะไรทำให้เซอร์ไพรส์อยู่ตลอดเวลา ชีวิตจะได้ไม่จืดชืด เพราะว่าเขาถือคติว่า "ความรักคือการท้าทาย" ถ้าคิดจะนัดเดทกับชาวราศีธนูนั้นไม่ยากเลยคุณไม่จำเป็นต้องพยายามทำให้เขาสนุก แต่เขาจะรู้สึกสนุกไปกับสิ่งที่เขาทำอยู่แล้ว หายหว่งได้เลยจ้ะ อย่าแปลกใจไปเลยถ้าคนราศีนี้จะสนใจในทุกๆเรื่อง และหยิบยกเรื่องเหล่านั้นมาคุยกับคุณ คุณไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีเรื่องคุย หรือเขาจะเบื่อซะก่อน เพราะเขาเป็นนักพูดและนักฟังที่ดีคนหนึ่ง คุณจะสนุกไปกับสิ่งที่เขาพูด ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะตรงไปบ้าง ไปสะกิดโดนแผลใจของคุณบ้าง คุณก็อย่าคิดมากละกัน เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คุณเจ็บหรอกนะ ชาวราศีธนูคิดว่า "ถ้าคิดจะรักกัน ต้องซื่อสัตย์กับคนที่เรารัก" ถ้าคุณเป็นประเภทขี้หึงสุดๆ หรือชอบคนที่รักสันโดษละก็ คุณน่าจะลองมองคนอื่นดูนะ อย่าพยายามเปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่คุณอยากให้เป็นเด็ดขาด โอกาสแห้วสูงมาก แต่ถ้าเขาได้พบกับคนที่คิดว่าใช่แล้วละก็ เขาจะทุ่มเทให้ทุกอย่าง (ตัณหาที่ถูกซ่อนอยู่ในใจลึกๆ ก็อาจจะถูกเผยออกมาด้วย) รับรองว่าชีวิตคู่ของคุณจะมีแต่ความสุขอย่างแน่นอน
การบริหาร นี่แหละวิชาชีพ " ชั้น "

บางคน สงสัย ว่า รัฐประศาสนศาสตร์ คืออะไร หรือถามว่า บริหารรัฐกิจ คืออะไร ทำไปทำไม
แต่ถ้าคุณเข้าใจ ว่า ประโยชน์สาธารณะ คือสิ่งที่ วิชาชีพของชั้นต้อง คำนึงถึงให้มากที่สุด แต่ชั้นว่า ชั้นเกิดมาเพื่อสิ่งนี้นะ!!
การบริหารจัดการภาครัฐเป็นศาสตร์ที่พัฒนามาจากทฤษฎีทางด้านรัฐศาสนศาสตร์ และการบริหารรัฐกิจ ซึ่งมีการพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักคิดหลายท่านได้เสนอทัศนะเกี่ยวกับพัฒนาการของแนวคิดดังกล่าวโดยแบ่งตามลักษณะเค้าโครงความคิด หรือที่เรียกว่า พาราไดม์ ซึ่งพอจำแนกได้ดังนี้1. การแยกการบริหารกับการเมืองออกจากกันเป็นสองส่วน ( ค.ศ 1900-1926 ) ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิชาบริหารรัฐกิจ เป็นแนวความคิดของการแยกการบริหารกับการเมืองออกจากกันเป็นสองส่วน เป็นแนวความคิดของนักรัฐศาสตร์ โดย Goodnow ได้กล่าวว่า รัฐบาลมีหน้าที่แตกต่างกันอยู่ 2 ประการคือ การเมืองและการบริหาร วิชาการบริหารรัฐกิจถือว่าเป็นสาขาหนึ่งของวิชารัฐศาสตร์2. หลักของการบริหารจัดการ ( ค.ศ 1927-1937 ) เป็นช่วงที่ต่อจากแนวความคิดแรก โดยมองว่าวิชาการบริหารรัฐกิจเป็นเรื่องของหลักต่างๆ ของการบริหารที่มีลักษณะเป็นวิทยาศาสตร์แน่นอน สามารถค้นพบได้และนักบริหารสามารถที่จะนำเอาหลักต่างๆ เหล่านั้นไปประยุกต์ได้3. การบริหารรัฐกิจ คือ รัฐศาสตร์ (ค.ศ.1950-1970 ) เป็นยุคที่วิชาการบริหารรัฐกิจได้กลับคืนไปเป็นสาขาหนึ่งของวิชารัฐศาสตร์อีกครั้ง ทำให้มีการกำหนดสถาบันที่จะศึกษาใหม่ว่า คือการบริหารราชการของรัฐบาล แต่ไม่ได้พิจารณาสิ่งที่มุ่งศึกษา (Focus) ไป และในยุคนี้ การศึกษาไม่มีความก้าวหน้าในการศึกษามากนักและนักวิชาการบริหารรัฐกิจเริ่มเห็นความต่ำต้อยและใช้ประโยชน์ของการศึกษาในแนวทางนี้4. การบริหารรัฐกิจ คือวิทยาการทางการบริหาร ( ค. ศ. 1956-1970 ) เป็นช่วงที่นักวิชาการทางการบริหารรัฐกิจได้เริ่มค้นหาแนวทางใหม่ โดยได้เริ่มมาศึกษาถึงวิทยาการทางการ5. การบริหารรัฐกิจ คือการบริหารรัฐกิจ (ค.ศ. 1970 ) นักบริหารรัฐกิจได้พยายามที่จะสร้างพาราไดม์ใหม่ๆ ขึ้นมาแทนพาราไดม์เก่าๆ ที่เคยมีมาก่อนจะเป็นลักษณะของสหวิทยาการ การสังเคราะห์ ความรู้ความสามารถในสาขาวิชาการต่างๆ มาใช้แก้ปัญหาในสังคม ความโน้มเอียงไปสู่เรื่องที่สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตในเมือง ความสัมพันธ์ทางการบริหารระหว่างองค์การของรัฐและองค์การของเอกชน เขตแดนร่วมกันระหว่างเทคโนโลยีและสังคม นอกจากนี้นักวิชาการบางคนยังสนใจเพิ่มขึ้นในเรื่องของนโยบายศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง กระบวนการกำหนด และการวิเคราะห์นโยบายสาธารณะ และการวัดผลได้ของนโยบาย อันเป็นเรื่องที่มีความสัมพันธ์กันอยู่แยกไม่ออก6. การจัดการภาครัฐ ( Public management) ในทศวรรษ 1970 เมื่อสาขาวิเคราะห์นโยบายเริ่มฝึกคนเข้าไปเป็นนักบริหารในภาครัฐ ก็เริ่มเห็นปัญหาทันทีว่า จำเป็นต้องพัฒนาทักษะอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากการสร้างทางเลือกนโยบาย ข้อสำคัญโอกาสที่จะใช้ทักษะวิเคราะห์นโยบายนั้นค่อนข้างน้อย ผู้บริหารเองก็ต้องการทักษะการจัดการมากกว่า สถาบันที่สอนสาขาการวิเคราะห์นโยบายจึงเปิดหลักสูตรใหม่ ๆ ในด้านการจัดการ การวิเคราะห์นโยบายจึงหันไปเรียกแนวทางที่เปิดใหม่นี้ว่า การจัดการภาครัฐ เนื้อหาของหลักสูตรการจัดการภาครัฐ7. การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่1. การปรับวิธีการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพและเน้นผลงาน2. ปรับการบริหารงานให้เป็นธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้3. ปรับบทบาทภารกิจและกลยุทธ์โดยให้เอกชน และชุมชนมีส่วนร่วมดังนั้นการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ New Public Management จึงเป็นแนวคิดพื้นฐานของการบริหารจัดการภาครัฐซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงระบบต่าง ๆ ของภาครัฐและยุทธศาสตร์ด้านต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม มีแนวทางในการบริหารจัดการดังนี้1. การให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน2. คำนึงถึงความต้องการของประชาชนเป็นหลัก3. รัฐพึงทำบทบาทเฉพาะที่รัฐทำได้ดีเท่านั้น4. ลดการควบคุมจากส่วนกลาง เพิ่มอิสระแก่หน่วยงาน5. ระบบการบริหารงานที่มุ่งผลสัมฤทธิ์6. มีระบบสนับสนุนทางด้านบุคลากรและเทคโนโลยี7. เน้นการแข่งขันระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับเอกชนทรัพยากรในการบริหาร (Resources) ทรัพยากรในการบริหาร ได้แก่ วัตถุและเครื่องใช้เพื่อประกอบการดำเนินงานรวมไปถึงความสามารถในการจัดการ ทรัพยากรในการบริหารสามารถแบ่งแยกได้เป็น 4 ประเภท หรือเรียกย่อ ๆ ว่า 4 M คือ(1) มนุษย์ (Man)(2) เงิน (Money)(3) วัสดุเครื่องใช้ (Material) และ(4) ความสามารถในการจัดการ (Management
pimzy-pim: เตือนภัยสาวในมหาวิทยาลัย ที่ชอบเที่ยวกางคืน

pimzy-pim: เตือนภัยสาวในมหาวิทยาลัย ที่ชอบเที่ยวกลางคืน มาดูกัน ป้องกันไว้ดีกว่า
ด้วยความเป็นหญิง เป็นเพศที่อ่อนแอ ในยามที่มีภัยประชิดตัวจะป้องกันตัวจากเพศตรงข้ามได้น้อยมาก จึงอยากเตือนภัยสำหรับสาวนักเที่ยวกลางคืนว่า หากคุณต้องการเที่ยวกลางคืนตามสถานบันเทิงต่างๆ และไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ควรจะให้ความระมัดระวังภัยให้กับตนเอง ดังนี้
1. ควรเลือกสถานที่บันเทิงที่จะไป ไม่ควรเป็นสถานที่ที่ล่อแหลมในการก่อเหตุอาชญากรรม
2. อย่าแต่งกายวับๆ แวมๆ แต่งกายโป๊ แฟชั่นประเภทสายเดี่ยวกระโปร่งสั้นจนน่าเสียวใส้ เพราะทำให้มองว่าเป็นสาวเปรี้ยว สาวซ่าส์ เด็กมั่น...ควรพึ่งระลึกไว้เสมอว่าเสื้อผ้าประเภทตัดเย็บด้วยผ้าชิ้นน้อย...สายเดี่ยวเหล่านั้น ก่อให้เกิดความรู้สึกทางเพศโดยเฉพาะในเพศชายนั้นนับเป็นการไปกระตุ้นอารมณ์ทางเพศของเพศชายได้อย่างง่ายดาย ถ้าไม่อยากเป็นข่าวหน้า 1 หรือเป็นผู้ที่ถูกข่มขืนรายต่อไปควรพึงสังวรเรื่องการแต่งกายไว้ด้วยนะค่ะ
3. เมื่อไปเที่ยวสถานบันเทิงแล้ว แต่นอนต้องมี เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาเกี่ยวข้องคุณจึงไม่ควรดื่มสุรา หรือเครื่องดื่มประเภทนี้จนมึนเมา ไม่รู้สติ ควบคุมตนเองไม่ได้ยิ่งคุณผู้หญิงที่ไปเที่ยวคนเดียวแล้วละก้อ อาจเกิดกรณีที่เป็นข่าวแท็กซี่นำผู้โดยสายสาวไปข่มขืนอีกก็ได้ ใครจะไปรู้ละค่ะ
4. การไปเที่ยวในสถานบันเทิงยามราตรี ควรไปเที่ยวกับเพื่อนเป็นกลุ่มใหญ่ๆ จะทำให้โอกาสเกิดภัยคุกคามขึ้นกับตัวเองลดน้อยลง..แต่ก็ต้องระวัง เพื่อนที่ไปด้วยต้องเป็นเพื่อนที่สนิท, มีเพศเดียวกันอยู่ด้วย หากเป็นเพื่อผู้ชายก็ต้องไว้ใจได้ด้วยค่ะ..รู้หน้าไม่รู้ใจใช่มั๊ยค่ะ
5.ในการเข้าห้องน้ำในสถานบันเทิง อย่าไปคนเดียว ควรชวนเพื่อนไปด้วย ดูให้แน่ใจก่อนว่าไม่มีใครหลบอยู่ในห้องน้ำ และหากมีเพื่อนไปหลายคน มีเหตุการณ์ใดๆเกิดขึ้นก็สามารถช่วยเหลือกันได้
6.ควรฝึกศิลปะป้องกันตัวไว้บ้าง เช่น หัดชกมวย ตีเข่า (ให้เข้าเป้า) ฝึกเทควันโดคาราเต้ หรือ พกอาวุธเล็กๆ ไว้บ้าง เช่น สเปย์, มีดคัดเตอร์ แต่ระมัดระวังในการใช้ด้วยนะค่ะ.. เดียวอาวุธเล็กๆ เหล่านี้จะกลายเป็นภัยกับตนเองก็ได้จะเห็นได้ว่าในหน้าหนังสือพิมพ์ปัจจุบันมีข่าวข่มขืน, ปล้น, ฆ่า กันไม่เว้นแต่ละวันและภัยในยุคปัจจุบันก็มีหลายรูปแบบ อาจเกิดขึ้นไปใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ คุณควรตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท....พยายามหลีกเลี่ยงการพาตนเองไปยังสถานที่อันตรายและล่อแหลมอันจะนำภัยสู่ตนเองได้.
pimzy-pim: สัญญาณที่บอกว่าคุณตัดใจจากเขาได้แล้ว

1. ในที่สุดคุณก็ตัดสินใจเอาหนังรัก ชนิดที่ดูกี่ครั้งก็ร้องไห้ไปคืนร้านเช่าวีซีดี และหาเรื่องใหม่ที่สนุกๆ สดใส หรือหนังแอคชั่นมั นส์ๆ มานั่งดูแทน
2. คุณไม่รู้สึกเสียดายสักนิดที่อีเมล์หรือข้อความเก่าๆ ที่เคยส่งหากันนั้นโดนลบไปด้วยความบังเอิญ
3. คุณเพิ่งจะรู้ตัวว่าพฤติกรรมบางอย่างของเขานั้นช่
างน่ารำคาญเสียจริง ทั้งๆ ที่ตอนคบกันคุณคิดว่ามันน่ารักเสียเหลือเกิน
4. คุณเลิกคิดถึงสถาณการณ์ที่จะทำให้เขากลับมาขอคืนดีและรักคุณเช่นเดิม นั่นล่ะ คุณยอมรับว่าคุณเลิกกันโดยดีแล้ว
5. เมื่อจะออกไปข้างนอกคุณไม่ต้องแต่งตัวให้สวยเช้ง เพราะกลัวอาจจะเจอเขาและเขาเห็นคุณแต่งตัวเป็นยายเพิ้ง
6. คู่เดทคนใหม่ของคุณหอมแก้มคุณ และคุณไม่ได้หันหน้าหนี แต่คุณกลับรู้สึกดีเสียด้วยสิ
7. เมื่อคุณบังเอิญไปเจอแม่ของเขาที่ไหนสักแห่ง คุณไม่ต้องหลบหน้าอีกต่อไปแล้ว
8. คุณเกิดชอบใครเข้าจริงๆ แล้ว เย้
9. ตอนนัดเที่ยวกับกลุ่มเพื่อน และคุณเพิ่งรู้ว่าเพื่อนๆ ของคุณก้าวหน้าในเรื่องต่างๆ มากมาย ขนาดไหน แหงล่ะ คุณมัวแต่ร้องไห้นอนซมในห้องคนเดียวนิ
10. ชายหนุ่มที่เคยเรียกคุณว่าหนูน้อย ตอนนี้เปลี่ยนมาเรียกคุณว่า สาวเซ็กซี่ เพราะคุณไม่โทรมเป็นยายแก่แล้วน่ะสิ
11. เมื่อคุณลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้าน คุณไม่กังวลเลยสักนิด เพราะแต่ก่อนคุณกลัวว่าคุณจะพลาดรับสายของเขา
12. สุดท้าย คุณเพิ่งรู้อย่างจริงจังว่า เขาต่างหากที่เสียคุณไป ไม่ใช่คุณเสียเขาไปซะหน่อย
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

